Email : gelisee.nop@gmail.com Tel : 02-101-6355 ,082-088-6121

Single Blog Title

This is a single blog caption
03
พ.ย.

เจลล้างหน้าเจลิซ ช่วยลดสิวผด และช่วยให้ หน้านุ่ม กระจ่าง ได้อย่างไร ?

เจลล้างหน้าเจลิซ ช่วยลดสิวผด และช่วยให้ หน้านุ่ม กระจ่าง ได้อย่างไร ?

            เรื่องสิวๆ ไม่ใช่เรื่องจิ๋วๆ แต่เป็นเรื่องที่หลายคนหนักใจ และพยายามหาวิธีการแก้ไขเพื่อให้หน้าใส  ปราศจากสิว บางคนอยากเห็นผลทันใจ ก็เลือกใช้ยาหรือสารเคมีที่รุนแรงโดยไม่ได้ทดสอบก่อนว่าผิวของตนเอง บอบบาง  แพ้ง่าย  ผลที่ตามมาคือผิวหน้าเสียหายมากเกินกว่าที่เป็นสิวยิ่งแย่กว่าเดิมอีก  ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะทำให้สิวหายจากใบหน้าเราได้อย่างไร มาทำความรู้จักกับเรื่องสิว พอเป็นพื้นฐานกันก่อน

                สิวที่พบโดยทั่วๆไป (Acne Vulgaris) จัดเป็นโรคของต่อมไขมัน (sebaceous  gland)

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว (Acne Vulgaris)  มีหลายอย่าง

  1. ความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมน เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

  • ฮอร์โมนแอนโดรเจน (androgen) เป็นฮอร์โมนเพศชาย ที่พบได้ทั้งในชายและหญิง (ในหญิงฮอร์โมนนี้สร้างจากต่อมหมวกไต)ฮอร์โมนตัวนี้ทำหน้าที่ 2 อย่าง คือ ทำให้ต่อมไขมัน(sebaceous gland)

ที่ผิวหนังโตขึ้น และทำให้ต่อมไขมันหลั่งน้ำมัน (sebum)มากขึ้น. น้ำมันที่หลั่งออกมากขึ้นทำให้เกิดการอุดตันได้และเป็น “อาหาร” สำหรับเชื้อแบคทีเรีย  ฮอร์โมนตัวนี้มีระดับสูงในวัยรุ่น

  • ส่วนฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เกิดสิวในผู้หญิงได้ การที่เพศหญิงมีประจำเดือนก็เพราะมีระดับฮอร์โมนตัวนี้เปลี่ยนแปลงในร่างกาย ดังนั้น ในหญิงบางรายพบว่ามีสิวเห่อและสิวหายเป็นระยะๆ ของรอบเดือน

  1. ความเครียด ภาวะที่ร่างกายอดนอน หรือนอนดึก หรือสตรีในขณะมีประจำเดือน จะมีการหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้น อีกทั้งความต้านทานของร่างกายจะลดต่ำลง ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตมากขึ้น

  2. การบีบ การแกะ การขัดถูสิว ตลอดจนการล้างหน้าบ่อยๆ เช็ดหน้าแรงๆ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามได้

  3. พันธุกรรม

  4. ปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิวจากภายนอกร่างกาย สำหรับผู้ที่ผ่านพ้นวัยรุ่นไปแล้วยังคงเป็นสิว มักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น สารเคมีในสบู่บางชนิด อาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ สบู่ที่ผสมกำมะถันและสารเฮกซาคลอโรฟิน ครีมบำรุงผิว น้ำมัน และโลชั่นบางชนิด เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิวได้ นอกจากนั้นสารสตีรอยด์ทั้งชนิดทาและชนิดกิน จะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ยากินที่ก่อสิว ได้แก่ testosterone (รวมทั้งในรูปยาฉีดด้วย), danazole, lithium, dilantin, vitamin B 12, ยาที่มีส่วนผสมของเกลือโบรไมด์ ไอโอไดด์ เช่น ยาแก้ไอบางขนาน [1]

    ขั้นตอนการเกิดสิว

    1. ฮอร์โมนเพศกระตุ้นให้ต่อมไขมันสร้างน้ำมันมากเกินไป (Sebaceous Gland Hyperactivity) การไหลออกไปสู่ผิวด้านนอกไม่สมดุล ทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่ายขึ้น

    2. การผลัดเซลล์ผิวในรูขุมขนผิดปกติ (Follicular Hyperkeratinization) ในคนที่มีสิวพบว่าเซลล์เหล่านี้

    มักติดกันเป็นกลุ่มก้อน เมื่อถูกผลัดออกมาจะค้างอยู่ภายในโพรงขน จากสาเหตุทั้งสองข้อจะทำให้เกิดสิวอุดตัน

    หรือ คอมีโดน (Comedone) 

    3. แบคทีเรีย ชื่อ Propionibacterium acnes (P. acnes)ที่อาศัยอยู่ตามปกติที่ผิวหนังและในรูขุมขน  จะทำให้เกิดการอักเสบ เนื่องจากก้อนของเซลล์ผิวผสมกับน้ำมันเป็นแหล่งอาหารอย่างดี ดึงดูดให้แบคทีเรีย P.acnes จำนวนมากเข้ามาที่คอมีโดน จากนั้นจะหลั่งเอนไซม์ที่ช่วยสลายก้อนไขมันอุดตัน กลายเป็นกรดไขมันอิสระซึ่งมีฤทธิ์ทำให้อักเสบ  และมีการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ บวมแดงออกมา ทำให้เกิดการอักเสบของสิวตามมา [2]

ลักษณะของสิว ที่พบได้บ่อยมี 2 ชนิด คือ สิวไม่อักเสบ และสิวอักเสบ สิวไม่อักเสบ ได้แก่ สิวหัวดำ คือก้อนไขมันเปิดสู่ภายนอก, และสิวหัวขาว คือก้อนไขมันยังไม่เปิดสู่ภายนอก สิวอักเสบ แบ่งเป็นสิวหัวแดง (papules), สิวหัวหนอง (pustules)และ สิวเป็นก้อนนูนแข็ง เรียกว่า สิวหัวช้าง ซึ่งสิวประเภทนี้มักเป็นเรื้อรัง รักษายาก และอาจเกิดคีลอยด์ ตามมา  [1]

เพิ่มเติม สิวอีกประเภท คือ สิวผด หรือสิวเทียม  (Acne Aestivalis หรือ Mallorca acne)

มีลักษณะแตกต่างจากสิวอุดตันหรือสิวอักเสบอื่นๆ  โดยมีลักษณะทั่วไปคล้ายกับผดผื่นขนาดเล็ก เป็นตุ่มเม็ดเล็กๆใสๆ เป็นสิวประเภทที่แสดงอาการเมื่ออากาศร้อน ยิ่งร้อนยิ่งเป็นมาก ดังนั้นจึงจะไม่ค่อยแสดงอาการในช่วงเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ แต่จะแสดงอาการมากในช่วงบ่ายๆที่มีอากาศร้อน โดยจะเห็นเป็นผื่นสีแดงขึ้นอย่างชัดเจน

สิวผดมักขึ้นบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าผาก เป็นสิวที่มีสาเหตุการเกิดต่างจากสิวทั่วไป และมักจะแสดงอาการเมื่อสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะอากาศร้อน

สาเหตุการเกิดสิวผด

– เกิดจากเชื้อยีสต์จำพวก Pityrosporum (Malassezia) ovale ยีสต์จัดเป็นเป็นราประเภทหนี่ง  จุลินทรีย์พวกนี้ต้องการไขมันในการเจริญเติบโต ( lipid dependent)  พบในคนเท่านั้น[3]  บริเวณร่างกายที่พบเชื้อนี้ จะเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมันเป็นจำนวนมาก เช่นหนังศีรษะ  ใบหน้า และส่วนบนของร่างกาย

– การแพ้เครื่องสำอาง  ยาสระผม แพ้เหงื่อ – ความร้อนของอากาศและแสงแดดทำให้เกิดสิวผดได้ง่าย – การล้างหน้าบ่อยและแรงเกินไป – พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ วิธีรักษาสิวผด

-สิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์  ควรเลือกครีมล้างหน้าที่กำจัดเชื้อยีสต์ และราได้

-หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน ถ้าจำเป็นต้องออกแดด ควรใช้ครีมกันแดด SFP30 ขึ้นไป

-ทดสอบการแพ้เครื่องสำอางก่อนใช้

-ไม่ล้างหน้าบ่อยเกินไป เช็ดหน้าด้วยผ้าที่สะอาดและเช็ดอย่างเบามือ

– ไม่นอนดึก และพักผ่อนให้เพียงพอ- [4] จากความรู้เรื่องสิวดังที่กล่าวมาข้างต้น  จะเห็นว่าการรักษาสิวอุดตันหรือสิวอักเสบด้วยตนเองนั้นค่อนข้างยาก  เพราะเป็นเรื่องระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย และต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ  P.acne ที่อยู่ภายในรูขุมขน  การรักษาจึงควรพบแพทย์เฉพาะทาง  แต่สิ่งที่เราจะช่วยตัวเองได้ทางหนึ่งคือ ลดการใช้สารเคมีบนใบหน้า  เพื่อลดอาการแพ้และความระคายเคือง  ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน ผลิตจากสารตั้งต้นธรรมชาติ  มีสารธรรมชาติที่สามารถกำจัดเชื้อโรคที่ผิวหน้า  เพื่อไม่ให้ไปซ้ำเติมให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้น

ในกรณีของสิวผด ที่เกิดจากเชื้อยีสต์ จะแก้ไขได้ง่ายกว่าสิวอุดตันและสิวอักเสบ  เราสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าดังกล่าวได้เช่นกัน ก็สามารถกำจัดเชื้อยีสต์ที่เป็นต้นเหตุการเกิดสิวผด  หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน  หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ทำความระคายเคืองให้กับใบหน้า

เจลล้างหน้าเจลิซ  (Gėlisee  Facial Cleansing Gel) จะเป็นทางเลือกให้คุณหลีกเลี่ยงจากสารเคมีได้เพราะ 99 % ของส่วนประกอบมาจากสารตั้งต้นธรรมชาติ ที่อ่อนโยน  สาร surfactant เป็นสารที่ใช้ในแชมพูเด็ก  ดังนั้นจึงไม่มีความระคายเคืองจากสารเคมี  นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบหลักๆ ที่มีประโยชน์ คือ

       1.Melaleuca alternifolia (Tea Tree) Leaf  Oil มีส่วนผสมของ Tea Tree Oil  ที่สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆเช่นแบคทีเรีย  เชื้อรา ยีสต์ ไวรัส และต้านการอักเสบ- [5,6] ดังนั้นจะกำจัดเชื้อยีสต์ที่เป็นต้นเหตุของสิวผดได้ ในกรณีของสิวอุดตันและสิวอักเสบ  ก็จะช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่มากับเหงื่อไคลบนใบหน้า เพื่อไม่ให้ซ้ำเติมสิวอักเสบให้รุนแรงมากขึ้น

       2. Garcinia mangostana Peel  Extract  สารสกัดเปลือกมังคุด เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประสิทธิ ภาพหลายด้านมาก เช่น

              2.1  ต้านการอักเสบ (anti- inflammatory) ,กำจัดแบคทีเรีย (antibacterial)[7] ,มีงานวิจัยที่ทดลอง เฉพาะเจาะจงว่าสารสกัดเปลือกมังคุดสามารถกำจัดเชื้อ P.acne ที่ก่อให้เกิดสิวได้ -[8] สารสกัดเปลือกมังคุดจึงช่วยลดสิวและลดการอักเสบจากสิว

              2.2  ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (Antityrosinase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการสร้างเม็ดสี (melanin) และมีคุณสมบัติต้านสารอนุมูลอิสระ (antioxidant) มีผลงานวิจัยที่นักวิจัยได้คัดเลือกพืชสมุนไพรมา   7ชนิด และศึกษาเปรียบเทียบคุณสมบัติทางด้าน ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และต้านอนุมูลอิสระ ผลปรากฎว่าสารสกัดเปลือกมังคุดมีประสิทธิภาพสูงที่สุดมากกว่าสมุนไพรอื่นๆ ในคุณสมบัติทั้ง 2 อย่างนี้ ในด้านเครื่องสำอางคุณสมบัติ 2 อย่างนี้จะทำให้ผิวขาวขึ้น [9]

              2.3 ยับยั้ง กลัยเคชั่น (anti-glycation)  glycation คือการที่น้ำตาลกลูโคสจากเลือดทำปฏิกิริยากับโปรตีน ได้เป็นสาร Carbonylated protein สารนี้จะไปจับกับโปรตีนอื่นๆจนมีโมเลกุลใหญ่ เรียกว่า Advanced glycation  end substances (AGEs) สาร AGEs จะหมุนเวียนไปตามกระแสเลือด ไปกระตุ้นเซลล์ต่างๆให้สร้างสารพิษขึ้นมากมาย สารพิษมีผลทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้เซลล์แก่และตายไป เมื่อเซลล์ตายมากๆเข้า ก็แสดงออกทางผิวหนังที่เหี่ยวย่น  ชราภาพ [10]  มีผลงานวิจัยที่ศึกษาเปรียบเทียบสารสกัดจากผลไม้และเปลือกผลไม้ 74 ชนิด เพื่อดูประสิทธิภาพ anti- glycation พบว่าทับทิมและเปลือกมังคุด มีประสิทธิภาพสูงกว่าผลไม้อื่น[11]  ดังนั้นทางด้านเครื่องสำอางจึงนำมาใช้เพราะช่วยชะลอการชราภาพของผิวหนังได้ (anti-aging)

       3 Aloe barbadensis  Leaf  Juice สารสกัดจากใบว่านหางจระเข้ มีคุณสมบัติที่โดดเด่นในเรื่องช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น กระชับและมีความชุ่มชื้น  โดยวิธีการดูดความชื้นจากรอบๆ แล้วเก็บกักความชื้นไว้ (humectant  mechanism)[12,13]  มีคุณสมบัติอื่นๆอีก คือ ช่วยรักษาแผลให้หายเร็วขึ้น มีงานวิจัยที่ใช้ปริมาณสารสกัดจาก อะโลเวลา 0.5 % ผสมในครีมทาแผล  (reduce healing time) [14]  และช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย (antibacterial) ) [15]

       4. Honey น้ำผึ้งมีคุณสมบัติ ในการต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ(anti-inflammatory) และรักษาแผล  [16]  ดังนั้นน้ำผึ้งจะช่วยยับยั้งการเกิดสิว  การอักเสบของสิว และรอยแผลที่เกิดจากการอักเสบของสิว  นอกจากนี้น้ำผึ้งยังช่วยฟื้นฟูผิวหนังสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดง (eczema) และผิวหนังเป็นโรคสะเก็ดเงินหรือเรื้อนกวาง (psoriasis)โดยใช้น้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกและบีแวกซ์ ทาบริเวณแผลจะช่วยให้ผิวหนังดีขี้นจากอาการดังกล่าว [17]

       5. Curcuma longa Rhizome   Extract สารสกัดจากขมิ้น มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง  เช่น

              5.1ต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา (antibacterial,  antiviral  and  antifungal) [18]   ดังนั้นจะช่วยกันเสริมแรงให้กับสารธรรมชาติตัวอื่นๆที่กล่าวมาแล้ว ในการช่วยฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดสิวธรรมดาและสิวผด

              5.2 สารสกัดจากขมิ้นจะช่วยรักษาแผล โดยวิธีเพิ่มการแบ่งเซลล์  และเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน (collagen synthesis) บริเวณแผล จากผลการวิจัยมีหลักฐานที่ชัดเจนว่า  มีการเพิ่ม DNA , ปริมาณโปรตีน และ collagen  content  type III บริเวณเนื้อเยื่อที่เกิดแผล [19]  ช่วยป้องกันผิวหนังโดยการลดสารอนุมูลอิสระที่ผิวหนัง ลดการติดเชื้อ ลดเวลาในการรักษาแผล (reduced  wound- healing time) เพิ่ม fibroblast และเพิ่มความหนาแน่นของเส้นเลือดบริเวณแผล จึงช่วยซ่อมแซมผิวปกติและแผลที่ผิวหนังได้ [20] ดังนั้นผู้ที่มีรอยแผลจากสิว รอยแผลจะค่อยๆตื้นขึ้น เพราะมีการสร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสขึ้นบริเวณแผล

              5.3 สารสกัดจากขมิ้นจะช่วยให้ผิวขาวขึ้น โดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสี (melanogenesis) ในเซลล์ melanocytes ของคน วิธีการคือ สารโพลีฟีนอล (polyphenol) ที่มีอยู่ในสารสกัดจากขมิ้น จะไปกดฮอร์โมนที่ชื่อว่า alpha-melanocyte stimulating hormone ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เป็นตัวที่กระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ให้มีการสร้างเม็ดสี [21,22] นอกจากนี้สารสกัดจากขมิ้นยังมีคุณสมบัติป้องกันแสง UVB อีกด้วย [23]

       6. Simmondsia chinensis (JOJOBA )Seed Oil เป็นสารที่ทำให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้น (emollient)และไม่อุดตันรูขุมขน [24] jojoba oil มีโมเลกุลเล็กและโครงสร้างคล้ายน้ำมันในต่อมไขมันที่ผิวหน้าของคน (sebum) จึงซึมเข้าสู่ใบหน้าได้รวดเร็ว  โดยตัวของJojoba oil มีคุณสมบัติ ลดการอักเสบ (inflammation )  จึงมีการผสมในเครื่องสำอาง หรือครีมที่ใช้ลดสิวและผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดง(eczema) [25,26]  และช่วยลดรอยแผล[27]

       7.Persea gratissima (Avocado) Oil ในน้ำมันนี้ประกอบด้วย Provitamin A, vitamins B, C and E, iron, calcium, potassium, magnesium  มีประโยชน์กับผิวหนังคือ  ซึมผ่านผิวได้รวดเร็ว ดีมากสำหรับผิวแห้งช่วยให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวที่มีลักษณะหนาตัว ด้านแข็ง (sclerosis)   ช่วยรักษาแผล(Healing wounds) นอกจากนี้มีผลงานวิจัยที่ใช้น้ำมันอะโวคาโด ผสมกับวิตามินบี12 ใช้ทาผิวหนังที่มีลักษณะเป็นสะเก็ดเงิน เรื้อนกวาง(psoriasis)ได้ผล[28,29,30]

       8. Prunus amygdalus dulcis  (Sweet  Almond)  Oil อุดมไปด้วยวิตามิน A, B1, B2, B6  และวิตามิน E โดยเฉพาะวิตามิน E มีปริมาณที่สูงมาก ให้ความนุ่มชุ่มชื้นกับผิวทุกประเภท เพราะซึมผ่านผิวหนังได้ง่าย ทำให้ผิวเรียบและนุ่มนวล[31,32]

       9. Glycerin มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวนุ่มลื่น ป้องกันผิวแห้ง หยาบกร้าน เป็นสะเก็ด และคันตามผิว (itchy skin)[33,34]

จากส่วนประกอบที่ผสมในเจลล้างหน้า  จะเห็นว่าประกอบไปด้วยสารธรรมชาติ  ที่ช่วยกำจัดเชื้อโรค ลดการอักเสบ จึงลดอาการของสิวบนใบหน้าและป้องกันการเกิดสิวใหม่  มีสารหลายตัวที่ช่วยรักษาแผล จึงช่วยลดรอยแผลที่เกิดจากสิว มีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพื่อช่วยลดริ้วรอย และมีสารบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้นนุ่มนวล  เรียบ ไม่หยาบกร้าน

วิธีใช้เจลล้างหน้าให้ถูกวิธี  เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ผู้ที่ใช้เครื่องสำอาง ควรเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าให้หมดเสียก่อน ล้างหน้าให้เปียกน้ำ  หยดเจลล้างหน้าบนฝ่ามือ ถูมือให้เกิดฟองแล้วลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า  นวดเบาๆทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 นาที เพื่อให้สารสกัดจากธรรมชาติ  และสารที่บำรุงผิวได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด  เช็ดหน้าให้แห้งอย่างเบามือ  หลังจากการใช้ครั้งแรกจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของผิวหน้า

ผู้เขียนบทความ

รศ. ศุภลักษณ์  โรมรัตนพันธ์

15 กันยายน 2558

REFERENCE

1.ประวิตร พิศาลบุตร . สิว เวชปฏิบัติ ตอนที่ 1 มูลนิธิหมอชาวบ้าน.  2551.

http://www.doctor.or.th/clinic/detail/6867

2. http://www.drsupranee.com/acne.html

3. http://en.wikipedia.org/wiki/Malassezia

4.http:www. เกร็ดความรู้.net/สิวผด/

5..Carson C.F., K. A. Hammer,1 and T. V. Riley. Melaleuca alternifolia (Tea Tree) Oil: a Review of

Antimicrobial and Other Medicinal Properties. Clin Microbiol Rev. 2006 Jan; 19(1): 50–62.

 6. http://en.wikipedia.org/wiki/Tea_tree_oil

7. Yodhnu S., A. Sirikatitham and C. Wattanapiromsakul. Validation of LC for the Determination of α-

Mangostin in Mangosteen Peel Extract: A Tool for Quality Assessment of Garcinia mangostana L.

 Journal of Chromatographic Science, Vol. 47, March 2009. PP. 185-189.

8.Endarti, O., G. Prabu  and Fadilah. Inhibition Activities of Peel Exract of Garcinia mangostana Linn in bacteri

Propioni acnes sp. International Journal of Pharmaceutical Science Invention. Volume 3 Issue 11

November, 2014. PP. 33-37.

9. Srichayanurak C., M. Phadungkit. Antityrosinase and antioxidant activities of selected Thai herbal extracts.

KKU Res J 13 (6) : July 2008. PP. 673-676.

10. http://www.mmc.co.th/index.php?lite=article&qid=42085873

11. Parengkuan L., M. Yagi, M. Matsushima, M. Ogura, U. Hamada and Y. Yonei. Anti-glycation Activity of

Various Fruits. Journal Anti-Aging Medicine. Published online: Aug. 31, 2013. PP.70-76.

12. Kapoor S. and S.Saraf. Assessment of viscoelasticity and hydration effect of herbal moisturizers using

bioengineering techniques. Pharmacogn Mag. 2010 Oct;6(24):298-304.

13. Dal’Belo S.E.,L.R. Gaspar and  P.M. Maia Campos.  Moisturizing effect of cosmetic formulations

containing Aloe vera extract in different concentrations assessed by skin bioengineering techniques. Skin Res Technol. 2006 Nov;12(4):241-6. 14. Grundmann O. Aloe Vera Gel Research Review : An overview of its clinical uses and proposed mechanisms

of action. Natural Medicine Journal. September ,2012. 4(9)

15. Irshad S. , M. Butt and H. Younus. In-Vitro antibacterial activity of Aloe Barbadensis Miller (Aloe Vera) .

Intl. R. J. of Pharmaceuticals . 2011, 1(2) : 59-64.

16. Mandal M.D. and S. Mandal. Honey: its medicinal property and antibacterial activity. Asian Pac J Trop

Biomed. 2011 Apr; 1(2): 154–160.

17http://denvernaturopathic.com/honeyandeczema.html

18. Moghadamtousi S.Z.,  H. A. Kadir,  P. Hassandarvish,  H. Tajik,  S. Abubakar, and  K. Zandi.  A Review on Antibacterial, Antiviral, and Antifungal Activity of Curcumin.  BioMed Research International              Vol. 2014 (2014), Article ID 186864, 12 pages.

19. Panchatcharam M., S.Miriyala, V.S. Gayathri and L.Suguna Curcumin improves wound healing by

modulating collagen and decreasing reactive oxygen species. Mol Cell Biochem. 2006 Oct, 290(1-2):87-96.

20. Thangapazham R.L.,A.Sharma and  R.K. Maheshwari .  Beneficial role of curcumin in skin diseases.

Adv Exp Med Biol. 2007; 595: 343-5.

21. Lee J.H., J.Y. Jang , C. Park , B.W. Kim , Y.H. Choi  and  B.T.Choi . Curcumin suppresses alpha-

melanocyte stimulating hormone-stimulated melanogenesis in B16F10 cells. Int J Mol Med. 2010

Jul;26(1):101-6.

22. Tu C.X., M. Lin ,S.S.Lu ,X.Y.Qi , R.X. Zhang  and Y.Y. Zhang .  Curcumin inhibits melanogenesis in

human melanocytes. Phytother Res. 2012 Feb; 26(2):174-9.

23. Tsai K.D., J.C. Lin,  S.M. Yang,  M.J. Tseng,  J.D. Hsu,  Y.J. Lee  andJ.M. Cherng. Curcumin Protects

against UVB-Induced Skin Cancers in SKH-1 Hairless Mouse: Analysis of Early Molecular Markers in

Carcinogenesis. Evid Based Complement Alternat Med. 2012 (2012): 593952, 11 p.

24. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-618- jojoba.aspx?activeingredientid=618&activeingredientname=jojoba

25.  Habashy R.R., A.B. Abdel-Naim, A.E. Khalifa and M.M.Al-Azizi. Anti-inflammatory effects of jojoba liquid wax in experimental models.” Pharmacol Res. 2005 Feb;51(2):95-105.

  1. Meier L, R.Stange, A. Michalsen and B.Uehleke. “Clay jojoba oil facial mask for lesioned skin and mild acne– results of a prospective, observational pilot study Forsch Komplementmed. 2012;19(2):75-9.

  2. Ranzato E, Martinotti S, Burlando B. “Wound healing properties of jojoba liquid wax: an in vitro study.” J Ethnopharmacol. 2011 Mar 24;134(2):443-9.

  3. Stucker M, Memmel U, Hoffmann M, et al. Vitamin B(12) cream containing avocado oil in the therapy of plaque psoriasis. Dermatology 2001;203:141-7. View abstract.

  4. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-890-avocado.aspx?activeingredientid=890&activeingredientname=avocado

  5. http://www.dr.hauschka.com/en_DE/knowledge-base/medicinal-plant-facts/avocado/#5

  6. http://www.seacretspa.com/Sweet-Almond-Oil

  7. http://www.newhealthguide.org/Almond-Oil-For-Skin.html

  8. http://www.webmd.com/drugs/2/drug-20275/glycerin-top/details

  9. http://www.newhealthguide.org/Glycerin-For-Face.html

Leave a Reply